มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) ร่วมกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน จัดกิจกรรมการร่วมศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Joint Study) ภายใต้โครงการการพิสูจน์ทราบปริมาณกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่แอ่งโคราช เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารชินวัตร ทาวเวอร์ 3 กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.สิรี นาสกุล ผู้อำนวยการกองจัดการเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยมี รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ หัวหน้าศูนย์วิจัย Chiang Mai CCS และหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวรายงาน ทั้งนี้ มีข้าราชการและบุคลากรของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 30 คน กิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาและการแปรผลข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชิงธรณีวิทยาในพื้นที่แอ่งโคราช พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และบุคลากรของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อค้นพบทางวิชาการร่วมกัน โดยช่วงเช้าเป็นการบรรยายปูพื้นฐานจากคณาจารย์นักวิจัยในโครงการ ได้แก่ รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล บรรยายเรื่องการประมาณความจุกักเก็บได้เชิงทฤษฎีทั้งแบบสถิตและแบบพลวัต ผศ.ดร.มิ่งขวัญ เครือจันต๊ะ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ บรรยายเรื่องการสร้างแบบจำลองธรณีวิทยาแหล่งกักเก็บ และ อ.เจษฎา ทาปัญญา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยายเรื่องการจำลองการไหลของคาร์บอนไดออกไซด์ในแหล่งกักเก็บ ส่วนช่วงบ่ายเป็นภาคปฏิบัติร่วมกัน ตั้งแต่การกำหนดชั้นหินปิดกั้นและชั้นหินแหล่งกักเก็บ (storage complex) การประเมินความจุกักเก็บ ไปจนถึงการออกแบบและจำลองการไหลในพื้นที่ตัวอย่างของแอ่งโคราช ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าวได้รับการอนุเคราะห์ข้อมูลธรณีฟิสิกส์และข้อมูลหลุมเจาะปิโตรเลียมที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ นับเป็นการต่อยอดคุณค่าของข้อมูลเดิมสู่การประเมินศักยภาพแหล่งกักเก็บถาวรของคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตปูนซีเมนต์ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ดำเนินงานร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) กรมทรัพยากรธรณี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ British Council ภายใต้ความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และศูนย์วิจัย Chiang Mai CCS ในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) ร่วมกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน จัดกิจกรรมการร่วมศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Joint Study) ภายใต้โครงการการพิสูจน์ทราบปริมาณกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่แอ่งโคราช เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารชินวัตร ทาวเวอร์ 3 กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.สิรี นาสกุล ผู้อำนวยการกองจัดการเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยมี รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ หัวหน้าศูนย์วิจัย Chiang Mai CCS และหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวรายงาน ทั้งนี้ มีข้าราชการและบุคลากรของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 30 คน
กิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาและการแปรผลข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชิงธรณีวิทยาในพื้นที่แอ่งโคราช พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และบุคลากรของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อค้นพบทางวิชาการร่วมกัน โดยช่วงเช้าเป็นการบรรยายปูพื้นฐานจากคณาจารย์นักวิจัยในโครงการ ได้แก่ รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล บรรยายเรื่องการประมาณความจุกักเก็บได้เชิงทฤษฎีทั้งแบบสถิตและแบบพลวัต ผศ.ดร.มิ่งขวัญ เครือจันต๊ะ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ บรรยายเรื่องการสร้างแบบจำลองธรณีวิทยาแหล่งกักเก็บ และ อ.เจษฎา ทาปัญญา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยายเรื่องการจำลองการไหลของคาร์บอนไดออกไซด์ในแหล่งกักเก็บ ส่วนช่วงบ่ายเป็นภาคปฏิบัติร่วมกัน ตั้งแต่การกำหนดชั้นหินปิดกั้นและชั้นหินแหล่งกักเก็บ (storage complex) การประเมินความจุกักเก็บ ไปจนถึงการออกแบบและจำลองการไหลในพื้นที่ตัวอย่างของแอ่งโคราช
ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าวได้รับการอนุเคราะห์ข้อมูลธรณีฟิสิกส์และข้อมูลหลุมเจาะปิโตรเลียมที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ นับเป็นการต่อยอดคุณค่าของข้อมูลเดิมสู่การประเมินศักยภาพแหล่งกักเก็บถาวรของคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตปูนซีเมนต์ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ดำเนินงานร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) กรมทรัพยากรธรณี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ British Council ภายใต้ความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และศูนย์วิจัย Chiang Mai CCS ในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน