ผศ.ดร.เชี่ยวชาญ ลีลาสุขเสรี ได้รับทุนวิจัย “โครงการประมวล ทบทวน ประเมินข้อมูลสถานภาพของพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ”

🌟 ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีกับ🐘⚙️
✨ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชี่ยวชาญ ลีลาสุขเสรี ✨
เนื่องในโอกาสได้รับทุนวิจัย “โครงการประมวล ทบทวน ประเมินข้อมูลสถานภาพของพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ”🎯🌏
🎯 วงเงิน 8,674,005.60 บาท
🌐 สนับสนุนทุนวิจัย โดย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Breaking Down the Barrel : Seperation & Treatment Made Simple”

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ภาควิชาเหมืองแร่และปิโตรเลียม ได้ให้การต้อนรับคุณอนุพงศ์ ชัยเลิศ จาก SPE Thailang สำหรับการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Breaking Down the Barrel : Seperation & Treatment Made Simple” โดยมีนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมและรับฟังการบรรยาย ณ อาคารวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์

      

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. เดินหน้าโครงการวิจัยร่วม กฟผ. และสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ศึกษาการเปลี่ยนเป็นแร่ของคาร์บอนไดออกไซด์กับหินบะซอลต์ในพื้นที่แม่เมาะ จ.ลำปาง

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. เดินหน้าโครงการวิจัยร่วม กฟผ. และสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ศึกษาการเปลี่ยนเป็นแร่ของคาร์บอนไดออกไซด์กับหินบะซอลต์ในพื้นที่แม่เมาะ จ.ลำปาง
ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินโครงการวิจัย “การเปลี่ยนเป็นแร่ของคาร์บอนไดออกไซด์กับหินบะซอลต์ใกล้เหมืองแม่เมาะ” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และดำเนินงานร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 กรมทรัพยากรธรณี เพื่อศึกษาศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในรูปแบบการเกิดแร่คาร์บอเนต (mineral carbonation) ในหินบะซอลต์พื้นที่จังหวัดลำปาง อันเป็นแนวทางการกักเก็บคาร์บอนที่มีความมั่นคงและเสถียรภาพในระยะยาว
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 คณะนักวิจัยจากภาควิชาฯ ได้เข้าประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 และ กฟผ. ณ จังหวัดลำปาง เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือและวางแผนการดำเนินงานภาคสนาม โดยได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการเลือกตำแหน่งเก็บตัวอย่างหินบะซอลต์ การสำรวจภาคสนาม และการบูรณาการข้อมูลธรณีวิทยาเชิงพื้นที่ เพื่อให้การวิจัยเป็นไปอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับบริบททางธรณีวิทยาของพื้นที่ศึกษา
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 คณะนักวิจัยจากทั้งสามหน่วยงานได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างหินบะซอลต์เพิ่มเติม เพื่อนำไปวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพและเคมี องค์ประกอบแร่ และศักยภาพการเกิดปฏิกิริยาแร่คาร์บอเนชันตามวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมทั้งตรวจสอบขอบเขตพื้นที่ทรัพยากรหินบะซอลต์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
โครงการดังกล่าวมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม และหัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) เป็นหัวหน้าโครงการ โดยมีคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมดำเนินงานกับผู้แทนจาก กฟผ. และผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาของสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของภาควิชาฯ ในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมธรณีและการกักเก็บคาร์บอนเชิงธรณีวิทยา เพื่อรองรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS ในภาคพลังงานและอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคต
Department of Mining and Petroleum Engineering, CMU Advances Collaborative Research with EGAT and DMR on CO₂ Mineralization in Basalt near Mae Moh, Lampang
The Department of Mining and Petroleum Engineering, Faculty of Engineering, Chiang Mai University is conducting the research project entitled “CO₂ Mineralization in Basalt near Mae Moh Mine.” The project is supported by the Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) and carried out in collaboration with the Office of Mineral Resources Region 1, Department of Mineral Resources (DMR). The study aims to evaluate the potential for long-term carbon dioxide storage through mineral carbonation reactions in basalt formations in Lampang Province—an approach recognized for its stability and permanence in geological carbon storage.
On 29 January 2026, the research team from the department met with representatives from EGAT and the Office of Mineral Resources Region 1 in Lampang to formalize the research framework and plan field operations. Discussions focused on sampling strategies, selection of basalt outcrops, and integration of geological data to ensure that field investigations are conducted systematically and in accordance with the geological characteristics of the study area.
Subsequently, on 18 February 2026, researchers from all three organizations conducted additional basalt sampling. The collected samples will be analyzed to determine their physical and geochemical properties, mineral composition, and carbonation potential in line with the project objectives. Field activities also included verification of basalt resource boundaries relevant to the study.
The project is led by Associate Professor Dr. Suparit Tangparitkul, Lecturer at the Department of Mining and Petroleum Engineering and Director of the Chiang Mai Research Center for Carbon Capture and Storage (Chiang Mai CCS), with participation from researchers at Chiang Mai University, representatives from EGAT, and geological experts from the Office of Mineral Resources Region 1. This collaboration highlights the department’s academic role in advancing geological carbon storage research and supporting future CCUS applications in Thailand’s energy and industrial sectors.
 
 

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ CCUS สู่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมบรรยายในกิจกรรมอบรมหลักสูตร “เทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอนสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีต” ซึ่งพัฒนาโดย Thai-Nichi Institute of Technology ร่วมกับ Thammasat University และได้รับการสนับสนุนจาก United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) ณ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
การอบรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ของประเทศไทย และ “Thailand Net Zero Cement & Concrete Roadmap 2050” เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม และหัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) ได้รับเชิญบรรยายในหัวข้อ “Carbon Storage Technologies and Implication to Thai Cement Industries” โดยนำเสนอภาพรวมเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชิงธรณีวิทยา (CO₂ Geological Storage) สถานะเทคโนโลยีการกักเก็บในชั้นหินอุ้มน้ำ แนวทางการออกแบบระบบขนส่งและกักเก็บคาร์บอน (CO₂ Transport & Storage) และทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของการจัดกลุ่มอุตสาหกรรม (industrial clustering) ทั้งในรูปแบบการร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Joint Venture) และแนวทางการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ ยังได้อภิปรายความท้าทายของประเทศไทยในบริบท “CCS Trilemma” ซึ่งครอบคลุมมิติด้านเทคนิค ด้านกฎระเบียบและการกำกับดูแล และด้านต้นทุนและการลงทุน พร้อมข้อเสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาควิชาการ
การบรรยายครั้งนี้ยังประกอบด้วยหัวข้อสำคัญจากผู้แทนภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ “Overview of Carbon Capture and Utilization (CCU) Technologies” โดย ดร.ปองกานต์ จักรธรานนท์ ในนาม Thailand CCUS Alliance (TCCA) “Pathways of CCU Implementation for Thai Cement Industries” โดยคุณสุรชัย วังรัตนชัย จาก Thai Cement Manufacturers Association (TCMA) และ “Business, Carbon Accounting & Policy” โดยคุณบุญรอด เยาวพฤกษ์ จากบริษัท เดอะ ครีเอจี้ จำกัด ซึ่งร่วมสะท้อนมิติด้านเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ และกรอบนโยบายที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อน CCUS ในภาคอุตสาหกรรม
การมีส่วนร่วมของภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียมในเวทีดังกล่าวสะท้อนบทบาททางวิชาการของภาควิชาในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมการกักเก็บคาร์บอน และการสนับสนุนการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับอุตสาหกรรม อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืนในระยะยาว
Department of Mining and Petroleum Engineering, CMU Contributes CCUS Expertise to Thailand’s Cement Industry
On 21 January 2026, the Department of Mining and Petroleum Engineering, Faculty of Engineering, Chiang Mai University, participated as a speaker in the training program entitled “Decarbonization Technology for Cement and Concrete Industries.” The program was developed by Thai-Nichi Institute of Technology in collaboration with Thammasat University, with support from the United Nations Industrial Development Organization (UNIDO), and was held at the Institute of East Asian Studies, Thammasat University, Rangsit Center.
The training aimed to strengthen foundational knowledge on climate change, Thailand’s Nationally Determined Contributions (NDC), and the “Thailand Net Zero Cement & Concrete Roadmap 2050,” thereby enhancing the capacity of the cement and concrete industries to implement concrete greenhouse gas mitigation measures.
On this occasion, Associate Professor Dr. Suparit Tangparitkul, Lecturer at the Department of Mining and Petroleum Engineering and Director of the Chiang Mai Research Center for Carbon Capture and Storage (Chiang Mai CCS), delivered a lecture entitled “Carbon Storage Technologies and Implication to Thai Cement Industries.” The presentation provided an overview of CO₂ geological storage technologies, including the current status of storage in saline aquifers, design considerations for CO₂ transport and storage systems, and strategic options for industrial clustering. These include both joint investment in shared transport and storage infrastructure (Joint Venture models) and potential integration with large-scale infrastructure in suitable regions. The lecture also addressed Thailand’s “CCS Trilemma,” highlighting key challenges across technical, regulatory and governance, as well as cost and investment dimensions, together with proposed pathways for collaboration among government, industry, and academia.
The program further featured presentations from key sector representatives, including “Overview of Carbon Capture and Utilization (CCU) Technologies” by Dr. Pongkarn Chakthranont on behalf of the Thailand CCUS Alliance (TCCA); “Pathways of CCU Implementation for Thai Cement Industries” by Mr. Surachai Vangrattanachai of the Thai Cement Manufacturers Association (TCMA); and “Business, Carbon Accounting & Policy” by Mr. Boonrod Yaowapruek of The Creagy Co., Ltd. Collectively, these sessions reflected integrated perspectives spanning technology, economics, and policy frameworks necessary for advancing CCUS deployment within the industrial sector.
The department’s participation in this program highlights its academic role in advancing carbon storage engineering and supporting the design of industrial-scale CO₂ transport and storage infrastructure, contributing to Thailand’s long-term transition toward a sustainable Net Zero future.

Congratulations! 2026

Congratulations on your graduation! Wishing you all the best as you embark on this next chapter of your life.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ – University of Leeds จัดสัมมนาระดับนานาชาติ ขับเคลื่อนองค์ความรู้การกักเก็บก๊าซใต้พิภพ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ – University of Leeds จัดสัมมนาระดับนานาชาติ ขับเคลื่อนองค์ความรู้การกักเก็บก๊าซใต้พิภพ สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ไทย–สหราชอาณาจักร
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) ร่วมกับ University of Leeds สหราชอาณาจักร และหน่วยงานพันธมิตรจากทั้งสองประเทศ จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ “UK–Thailand International Seminar on Subsurface Storage in Saline Formations” เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ British Council ภายใต้โครงการ International Science Partnerships Fund (ISPF) ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร
โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการกักเก็บไฮโดรเจนใต้พิภพ และการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชิงธรณีวิทยา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของทั้งสองประเทศ
⸻
พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. กล่าวต้อนรับ และ Mr. David Thomas Deputy Head of Mission สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงาน
พร้อมด้วยการกล่าวแสดงวิสัยทัศน์และความร่วมมือจาก
คุณอุไรวรรณ สะโมลี Head of Education ของ British Council Thailand
ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. ในฐานะประธานกรรมการขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย หรือ Thailand CCUS Alliance (TCCA)
ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดสู่การใช้งานจริง
⸻
การสัมมนาครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยมีการบรรยายในหัวข้อสำคัญตลอดห่วงโซ่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ประกอบด้วย
“บทบาทของไฮโดรเจนและเทคโนโลยี CCS ต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน” โดย รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)
“เทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจน” โดย รศ.ดร.กลยุทธ ปัญญาวุธโธ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
“เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์” โดย รศ.ดร.ธีรวัฒน์ เสมา นักวิจัยในโครงการ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์พื้นผิวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บก๊าซใต้พิภพ” โดย Assoc. Prof. Dr. David Harbottle หัวหน้าโครงการฝ่ายสหราชอาณาจักร University of Leeds
️ “การจัดทำแผนที่แหล่งกักเก็บคาร์บอน” โดย Jonathan Pearce จาก British Geological Survey
️ “ธรณีวิทยาของแอ่งโคราช” โดย คุณเด่นโชค มั่นใจ จากกรมทรัพยากรธรณี
“ความไม่แน่นอนในการจำลองแหล่งกักเก็บ” โดย Prof. Dr. Paul Glover และ Assoc. Prof. Dr. Piroska Lorinczi นักวิจัยในโครงการ University of Leeds
“การจำลองแหล่งกักเก็บสำหรับการกักเก็บก๊าซใต้พิภพ” โดย รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล หัวหน้าโครงการฝ่ายไทย และคุณกุลสตรี ธีระพงค์ นักศึกษาบัณฑิตศึกษา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ซึ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้จากระดับพื้นฐานไปสู่การออกแบบและตัดสินใจในระดับโครงการจริง
⸻
งานสัมมนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร “Clean Hydrogen and CO₂ Storages for Energy Transition: From Surface Science Toward Field-Scale Implementation”
ซึ่งมุ่งศึกษากลไกทางวิทยาศาสตร์พื้นผิวที่ควบคุมประสิทธิภาพการกักเก็บไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินอุ้มน้ำ ตั้งแต่ระดับจุลภาคของปฏิกิริยาระหว่างหิน น้ำเกลือ และก๊าซ ไปจนถึงการทดลองในแท่งหินตัวอย่างและการจำลองการไหลของของไหลในระดับแหล่งกักเก็บจริง
เพื่อพัฒนาแนวทางการออกแบบและบริหารจัดการการกักเก็บที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
โครงการยังครอบคลุมกิจกรรมการพัฒนาเทคโนโลยี การประเมินศักยภาพพื้นที่เป้าหมาย และการออกแบบกลยุทธ์การอัดฉีดก๊าซ โดยการสัมมนาครั้งนี้นับเป็นก้าวแรก ของการสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือเชิงระบบ ระหว่างงานวิจัยเชิงลึกกับการประยุกต์ใช้ในระดับนโยบายและอุตสาหกรรม
⸻
นอกจากนี้ โครงการยังมีแผนจัดตั้ง ศูนย์ความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักรด้านการกักเก็บไฮโดรเจนสะอาดและคาร์บอน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรม
พร้อมทั้งบ่มเพาะนักวิจัยและวิศวกรรุ่นใหม่ในสาขาพลังงานสะอาด โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนของไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมทรัพยากรธรณี สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด
ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางการวิจัยให้สอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศ และนำไปสู่ผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว

IPM SOFTWARE DONATION FROM PE LIMITED

บริษัท PE Limited ร่วมสนับสนุนด้านการเรียนการสอน ด้านงานวิจัย และด้านการพัฒนานักศึกษา โดยได้ทำการบริจาคของชุดโปรแกรม Integrated Production Modelling (IPM) จำนวน 10 License ให้แก่ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มูลค่ารวมกว่า 112.2 ล้านบาท👏🏻👏🏻
.
Read more
📨 For Thai Version >> https://eng.cmu.ac.th/?p=51385

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. นำนักศึกษาร่วมศึกษาดูงานด้าน CCUS ณ สาธารณรัฐเกาหลี เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ระดับนานาชาติ

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. นำนักศึกษาร่วมศึกษาดูงานด้าน CCUS ณ สาธารณรัฐเกาหลี เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ระดับนานาชาติ
ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้โครงการ “ผลิตวิศวกรปิโตรเลียมและวิจัยการจัดการคาร์บอนไดออกไซด์” ได้สนับสนุนทุนให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีในโครงการดังกล่าวเดินทางเข้าศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ณ สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 11–14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ร่วมกับภาคีเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย หรือ Thailand CCUS Alliance (TCCA) เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้เชิงวิชาการ ควบคู่กับการเปิดมุมมองด้านเทคโนโลยีและนโยบายพลังงานสะอาดในระดับนานาชาติ
การศึกษาดูงานครั้งนี้มี รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม และหัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) ร่วมเดินทางด้วยในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา และในฐานะผู้แทน TCCA โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมได้รับโอกาสเรียนรู้ทั้งในเชิงเทคนิค การกำหนดนโยบาย และกระบวนการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศด้าน CCUS
คณะได้เดินทางไปยังเมืองแทจอน (Daejeon) เพื่อเยี่ยมชม Korea Institute of Energy Research (KIER) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านพลังงานหลักของเกาหลี และได้เรียนรู้การพัฒนาเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนหลากหลายแนวทาง ตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการจนถึงระดับโรงงานนำร่อง รวมถึงแนวคิดการผลักดันเทคโนโลยีไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชม Korea Research Institute of Chemical Technology (KRICT) ณ เมืองยอซู (Yeosu) ซึ่งเป็นศูนย์สาธิตเทคโนโลยี CCU ระดับนำร่องที่เชื่อมโยงการใช้ CO₂ กับกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงและสารเคมีมูลค่าสูง
ในด้านนโยบายและการบริหารจัดการ คณะได้เข้าเยี่ยมชม Korea Carbon Capture, Utilization and Storage Association (KCCUS) ณ เมืองเซจง (Sejong City) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างสถาบัน กรอบกฎหมาย และบทบาทขององค์กรศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการพัฒนา CCUS ของประเทศไทยในอนาคต
จุดหมายสุดท้ายของการศึกษาดูงานคือ เมืองโพฮัง (Pohang) โดยคณะได้เยี่ยมชม Korea Institute of Geoscience and Mineral Resources (KIGAM) และ POSCO Holdings เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS ในภาคอุตสาหกรรมหนัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งแสดงให้เห็นการเชื่อมโยงอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างการลงทุนวิจัยและพัฒนาโดยภาครัฐกับการลดการปล่อยคาร์บอนในระดับอุตสาหกรรมจริง
การศึกษาดูงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสกระบวนการทำงานด้านวิศวกรรมและการวิจัยในบริบทสากล เสริมสร้างความเข้าใจเชิงระบบเกี่ยวกับเทคโนโลยี CCUS ตั้งแต่ระดับวิทยาศาสตร์พื้นฐาน นโยบาย ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ทั้งยังสะท้อนบทบาทของภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่มีศักยภาพ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในระดับประเทศและภูมิภาค
Mining and Petroleum Engineering Students from Chiang Mai University Participate in CCUS Study Visit to the Republic of Korea
The Department of Mining and Petroleum Engineering, Faculty of Engineering, Chiang Mai University, under the project “Petroleum Engineering Education and Carbon Dioxide Management Research”, provided financial support for undergraduate students in the program to participate in an international study visit on Carbon Capture, Utilization and Storage (CCUS) in the Republic of Korea during 11–14 November 2025. The visit was conducted in collaboration with the Thailand CCUS Alliance (TCCA), with the aim of strengthening academic learning while broadening students’ perspectives on clean energy technologies and related policy frameworks at the international level.
The study visit was led by Associate Professor Dr. Suparit Tangparitkul, Lecturer in the Department of Mining and Petroleum Engineering and Director of the Chiang Mai Research Center for Carbon Capture and Storage (Chiang Mai CCS), who joined the delegation as the academic advisor and as a representative of TCCA. Participating students gained hands-on exposure to CCUS from multiple dimensions, including technical aspects, policy development, and mechanisms for international collaboration in CCUS deployment.
The delegation first visited Daejeon, where they toured the Korea Institute of Energy Research (KIER), the country’s leading government-funded energy research institute. Students learned about a wide range of carbon capture technologies, spanning laboratory-scale research to pilot-scale demonstrations, as well as Korea’s systematic approach to advancing these technologies toward industrial application. The delegation also visited the Korea Research Institute of Chemical Technology (KRICT) in Yeosu, a pilot-scale CCU demonstration center that integrates CO₂ utilization with the production of fuels and high-value chemicals.
From a policy and institutional perspective, the delegation visited the Korea Carbon Capture, Utilization and Storage Association (KCCUS) in Sejong City to exchange knowledge on institutional frameworks, regulatory structures, and the role of a central coordinating organization in linking government agencies, industry, and academic institutions—an issue of particular relevance to the future development of CCUS in Thailand.
The final destination of the study visit was Pohang, where the delegation toured the Korea Institute of Geoscience and Mineral Resources (KIGAM) and POSCO Holdings. These visits highlighted the application of CCUS technologies in heavy industries, particularly the steel sector, and clearly demonstrated how public investment in research and development can be translated into tangible carbon reduction outcomes at the industrial scale.
Overall, the study visit provided students with valuable exposure to engineering practice and research within an international context, strengthening their systems-level understanding of CCUS—from fundamental science and policy considerations to industrial implementation. The activity also reflects the role of the Department of Mining and Petroleum Engineering, Chiang Mai University, in developing high-capacity human resources in energy and environmental engineering, while supporting the transition toward a low-carbon energy system at both national and regional levels.
 
  
  
 

การจัดการเรียนการสอนวิชาเอกเลือกและวิชาโครงงานวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม สำหรับนักศึกษารหัส 63 ถึง 66 ประจำปีการศึกษา 2569

เรื่อง การจัดการเรียนการสอนวิชาเอกเลือกและวิชาโครงงานวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม สำหรับนักศึกษารหัส 63 ถึง 66  ประจำปีการศึกษา 2569

ประกาศฉบับนี้ออกเพื่อให้การจัดโครงสร้างหลักสูตรและผลการเรียนรู้ทของหลักสูตรเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตรวิศวกรรมเหมืองแร่ ปี 2563 สำหรับนักศึกษารหัส 63 ถึง 66  ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. วิชาเอกเลือกดังต่อไปนี้ จะถูกเปิดให้มีการเรียนการสอน
    • มร 373 ธรณีเทคนิคสำหรับวิศวกรรมเหมืองแร่
    • มร 412 การประยุกต์คอมพิวเตอร์ในงานวิศวกรรมเหมืองแร่
    • มร 416 การออกแบบเหมืองหินและโรงโม่หิน
    • มร 418 ธรณีสารสนเทศสำหรับวิศวกรเหมืองแร่
    • มร 419 ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และการรับรู้ระยะไกลในสำหรับวิศวกรรมเหมืองแร่
    • มร 453 การระบายอากาศในงานเหมืองแร่
    • มร 462 สิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรณี
    • มร 463 วิศวกรรมความปลอดภัยในงานเหมืองแร่

นักศึกษาที่ประสงค์ลงทะเบียนกระบวนวิชาโครงงานวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม (มร 491) จะต้องผ่านกระบวนวิชาการระบายอากาศในเหมืองแร่ (มร 453) และผ่านความเห็นชอบของภาควิชา ก่อนลงทะเบียนเรียนกระบวนวิชาโครงงานวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม

 

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ GRES 2025

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ GRES 2025 ณ จังหวัดเชียงใหม่
ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 14th International Conference on Geo-resources Engineering and Earth Sciences (GRES2025) ระหว่างวันที่ 3–4 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรม Kantary Hills Hotel จังหวัดเชียงใหม่ โดยการประชุม GRES ถือเป็นเวทีทางวิชาการระดับนานาชาติที่มีความสำคัญยิ่งต่อวงการวิศวกรรมเหมืองแร่ ปิโตรเลียม วัสดุศาสตร์ และวิศวกรรมทรัพยากรธรณี ซึ่งจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ด้วยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตลอดจนสถาบันพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยการประชุมครั้งนี้มีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สมาคมวิศวกรเหมืองแร่ไทย และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเจ้าภาพร่วม
ในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.วินิตา บุณโยดม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชี่ยวชาญ ลีลาสุขเสรี หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะประธานการจัดประชุม GRES2025 กล่าวรายงาน นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ดร.อดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ บรรยายพิเศษในพิธีเปิด รวมถึงได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ Prof. Dr. Mai-Cao Lan จาก Ho Chi Minh City University of Technology (HCMUT) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมบรรยายพิเศษในฐานะ Keynote Speakers อีกด้วย ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และอุตสาหกรรมต่อการพัฒนาองค์ความรู้ด้านทรัพยากรธรณีของประเทศ
การประชุมประกอบด้วยการนำเสนอผลงานวิจัยจากนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย อาทิ วิศวกรรมเหมืองแร่และธรณีเทคนิค วิศวกรรมวัสดุและกระบวนการผลิต เหมืองแร่และสิ่งแวดล้อม การทำเหมืองอย่างยั่งยืน วิศวกรรมปิโตรเลียมและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
การประชุม GRES2025 ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคเอกชน ประกอบด้วย บริษัท รถเจาะไทย จำกัด บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ควอลิตี้ รีพอร์ท จำกัด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท ซิมตั้น จำกัด และ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งร่วมส่งเสริมให้เวทีนี้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมทรัพยากรธรรมชาติของภูมิภาค ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน.