ภาควิชาขอแสดงความยินดีกับ รศ.ดร.คมสูรย์ สมประสงค์

⚙️คณะวิศวกรรมศาสตร์ ขอแสดงความยินดีกับ👏🎉
🌟‘ ผศ.ดร.คมสูรย์ สมประสงค์ ‘🌟
สังกัดภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม
เนื่องในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “รองศาสตราจารย์” (ในสาขาวิชา 1106 วิศวกรรมทรัพยากรธรณีและเหมืองแร่ อนุสาขาวิชา 110602 วิศวกรรมเหมืองแร่)👏🏻👏🏻

ภาควิชาฯ ยินดีต้อนรับ อ.เจษฎา ทาปัญญา

🐘⚙️OUR NEW EMPLOYEE – วิศวฯ มช. ขอแนะนำบุคลากรใหม่ของเรา ดังต่อไปนี้ 🌟👏
.
⚙️ อ.ดร.อลงกรณ์ ปิรยะวราภรณ์
ตำแหน่ง อาจารย์
สังกัดศูนย์การศึกษาสหวิทยาการสาขา สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์
⚙️ อ.เจษฎา ทาปัญญา
ตำแหน่ง อาจารย์
สังกัดภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม

บรรยากาศงานรดน้ำดำหัวอาจารย์และเจ้าหน้าที่อาวุโสภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม

💦เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์(ปีใหม่เมือง) 2569 💦
หัวหน้าภาควิชาฯ ร่วมด้วยคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ร่วมกันรดน้ำดำหัวอาจารย์และเจ้าหน้าที่อาวุโสภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม
💝♾️

ผศ.ดร.เชี่ยวชาญ ลีลาสุขเสรี ได้รับทุนวิจัย “โครงการประมวล ทบทวน ประเมินข้อมูลสถานภาพของพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ”

🌟 ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีกับ🐘⚙️
✨ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชี่ยวชาญ ลีลาสุขเสรี ✨
เนื่องในโอกาสได้รับทุนวิจัย “โครงการประมวล ทบทวน ประเมินข้อมูลสถานภาพของพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ”🎯🌏
🎯 วงเงิน 8,674,005.60 บาท
🌐 สนับสนุนทุนวิจัย โดย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Breaking Down the Barrel : Seperation & Treatment Made Simple”

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ภาควิชาเหมืองแร่และปิโตรเลียม ได้ให้การต้อนรับคุณอนุพงศ์ ชัยเลิศ จาก SPE Thailang สำหรับการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Breaking Down the Barrel : Seperation & Treatment Made Simple” โดยมีนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมและรับฟังการบรรยาย ณ อาคารวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์

      

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. เดินหน้าโครงการวิจัยร่วม กฟผ. และสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ศึกษาการเปลี่ยนเป็นแร่ของคาร์บอนไดออกไซด์กับหินบะซอลต์ในพื้นที่แม่เมาะ จ.ลำปาง

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. เดินหน้าโครงการวิจัยร่วม กฟผ. และสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ศึกษาการเปลี่ยนเป็นแร่ของคาร์บอนไดออกไซด์กับหินบะซอลต์ในพื้นที่แม่เมาะ จ.ลำปาง
ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินโครงการวิจัย “การเปลี่ยนเป็นแร่ของคาร์บอนไดออกไซด์กับหินบะซอลต์ใกล้เหมืองแม่เมาะ” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และดำเนินงานร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 กรมทรัพยากรธรณี เพื่อศึกษาศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในรูปแบบการเกิดแร่คาร์บอเนต (mineral carbonation) ในหินบะซอลต์พื้นที่จังหวัดลำปาง อันเป็นแนวทางการกักเก็บคาร์บอนที่มีความมั่นคงและเสถียรภาพในระยะยาว
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 คณะนักวิจัยจากภาควิชาฯ ได้เข้าประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 และ กฟผ. ณ จังหวัดลำปาง เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือและวางแผนการดำเนินงานภาคสนาม โดยได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการเลือกตำแหน่งเก็บตัวอย่างหินบะซอลต์ การสำรวจภาคสนาม และการบูรณาการข้อมูลธรณีวิทยาเชิงพื้นที่ เพื่อให้การวิจัยเป็นไปอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับบริบททางธรณีวิทยาของพื้นที่ศึกษา
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 คณะนักวิจัยจากทั้งสามหน่วยงานได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างหินบะซอลต์เพิ่มเติม เพื่อนำไปวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพและเคมี องค์ประกอบแร่ และศักยภาพการเกิดปฏิกิริยาแร่คาร์บอเนชันตามวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมทั้งตรวจสอบขอบเขตพื้นที่ทรัพยากรหินบะซอลต์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
โครงการดังกล่าวมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม และหัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) เป็นหัวหน้าโครงการ โดยมีคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมดำเนินงานกับผู้แทนจาก กฟผ. และผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาของสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของภาควิชาฯ ในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมธรณีและการกักเก็บคาร์บอนเชิงธรณีวิทยา เพื่อรองรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCUS ในภาคพลังงานและอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคต
Department of Mining and Petroleum Engineering, CMU Advances Collaborative Research with EGAT and DMR on CO₂ Mineralization in Basalt near Mae Moh, Lampang
The Department of Mining and Petroleum Engineering, Faculty of Engineering, Chiang Mai University is conducting the research project entitled “CO₂ Mineralization in Basalt near Mae Moh Mine.” The project is supported by the Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) and carried out in collaboration with the Office of Mineral Resources Region 1, Department of Mineral Resources (DMR). The study aims to evaluate the potential for long-term carbon dioxide storage through mineral carbonation reactions in basalt formations in Lampang Province—an approach recognized for its stability and permanence in geological carbon storage.
On 29 January 2026, the research team from the department met with representatives from EGAT and the Office of Mineral Resources Region 1 in Lampang to formalize the research framework and plan field operations. Discussions focused on sampling strategies, selection of basalt outcrops, and integration of geological data to ensure that field investigations are conducted systematically and in accordance with the geological characteristics of the study area.
Subsequently, on 18 February 2026, researchers from all three organizations conducted additional basalt sampling. The collected samples will be analyzed to determine their physical and geochemical properties, mineral composition, and carbonation potential in line with the project objectives. Field activities also included verification of basalt resource boundaries relevant to the study.
The project is led by Associate Professor Dr. Suparit Tangparitkul, Lecturer at the Department of Mining and Petroleum Engineering and Director of the Chiang Mai Research Center for Carbon Capture and Storage (Chiang Mai CCS), with participation from researchers at Chiang Mai University, representatives from EGAT, and geological experts from the Office of Mineral Resources Region 1. This collaboration highlights the department’s academic role in advancing geological carbon storage research and supporting future CCUS applications in Thailand’s energy and industrial sectors.
 
 

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ CCUS สู่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมบรรยายในกิจกรรมอบรมหลักสูตร “เทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอนสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีต” ซึ่งพัฒนาโดย Thai-Nichi Institute of Technology ร่วมกับ Thammasat University และได้รับการสนับสนุนจาก United Nations Industrial Development Organization (UNIDO) ณ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
การอบรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ของประเทศไทย และ “Thailand Net Zero Cement & Concrete Roadmap 2050” เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม
ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม และหัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) ได้รับเชิญบรรยายในหัวข้อ “Carbon Storage Technologies and Implication to Thai Cement Industries” โดยนำเสนอภาพรวมเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชิงธรณีวิทยา (CO₂ Geological Storage) สถานะเทคโนโลยีการกักเก็บในชั้นหินอุ้มน้ำ แนวทางการออกแบบระบบขนส่งและกักเก็บคาร์บอน (CO₂ Transport & Storage) และทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของการจัดกลุ่มอุตสาหกรรม (industrial clustering) ทั้งในรูปแบบการร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Joint Venture) และแนวทางการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ ยังได้อภิปรายความท้าทายของประเทศไทยในบริบท “CCS Trilemma” ซึ่งครอบคลุมมิติด้านเทคนิค ด้านกฎระเบียบและการกำกับดูแล และด้านต้นทุนและการลงทุน พร้อมข้อเสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาควิชาการ
การบรรยายครั้งนี้ยังประกอบด้วยหัวข้อสำคัญจากผู้แทนภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ “Overview of Carbon Capture and Utilization (CCU) Technologies” โดย ดร.ปองกานต์ จักรธรานนท์ ในนาม Thailand CCUS Alliance (TCCA) “Pathways of CCU Implementation for Thai Cement Industries” โดยคุณสุรชัย วังรัตนชัย จาก Thai Cement Manufacturers Association (TCMA) และ “Business, Carbon Accounting & Policy” โดยคุณบุญรอด เยาวพฤกษ์ จากบริษัท เดอะ ครีเอจี้ จำกัด ซึ่งร่วมสะท้อนมิติด้านเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ และกรอบนโยบายที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อน CCUS ในภาคอุตสาหกรรม
การมีส่วนร่วมของภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียมในเวทีดังกล่าวสะท้อนบทบาททางวิชาการของภาควิชาในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมการกักเก็บคาร์บอน และการสนับสนุนการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับอุตสาหกรรม อันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืนในระยะยาว
Department of Mining and Petroleum Engineering, CMU Contributes CCUS Expertise to Thailand’s Cement Industry
On 21 January 2026, the Department of Mining and Petroleum Engineering, Faculty of Engineering, Chiang Mai University, participated as a speaker in the training program entitled “Decarbonization Technology for Cement and Concrete Industries.” The program was developed by Thai-Nichi Institute of Technology in collaboration with Thammasat University, with support from the United Nations Industrial Development Organization (UNIDO), and was held at the Institute of East Asian Studies, Thammasat University, Rangsit Center.
The training aimed to strengthen foundational knowledge on climate change, Thailand’s Nationally Determined Contributions (NDC), and the “Thailand Net Zero Cement & Concrete Roadmap 2050,” thereby enhancing the capacity of the cement and concrete industries to implement concrete greenhouse gas mitigation measures.
On this occasion, Associate Professor Dr. Suparit Tangparitkul, Lecturer at the Department of Mining and Petroleum Engineering and Director of the Chiang Mai Research Center for Carbon Capture and Storage (Chiang Mai CCS), delivered a lecture entitled “Carbon Storage Technologies and Implication to Thai Cement Industries.” The presentation provided an overview of CO₂ geological storage technologies, including the current status of storage in saline aquifers, design considerations for CO₂ transport and storage systems, and strategic options for industrial clustering. These include both joint investment in shared transport and storage infrastructure (Joint Venture models) and potential integration with large-scale infrastructure in suitable regions. The lecture also addressed Thailand’s “CCS Trilemma,” highlighting key challenges across technical, regulatory and governance, as well as cost and investment dimensions, together with proposed pathways for collaboration among government, industry, and academia.
The program further featured presentations from key sector representatives, including “Overview of Carbon Capture and Utilization (CCU) Technologies” by Dr. Pongkarn Chakthranont on behalf of the Thailand CCUS Alliance (TCCA); “Pathways of CCU Implementation for Thai Cement Industries” by Mr. Surachai Vangrattanachai of the Thai Cement Manufacturers Association (TCMA); and “Business, Carbon Accounting & Policy” by Mr. Boonrod Yaowapruek of The Creagy Co., Ltd. Collectively, these sessions reflected integrated perspectives spanning technology, economics, and policy frameworks necessary for advancing CCUS deployment within the industrial sector.
The department’s participation in this program highlights its academic role in advancing carbon storage engineering and supporting the design of industrial-scale CO₂ transport and storage infrastructure, contributing to Thailand’s long-term transition toward a sustainable Net Zero future.

Congratulations! 2026

Congratulations on your graduation! Wishing you all the best as you embark on this next chapter of your life.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ – University of Leeds จัดสัมมนาระดับนานาชาติ ขับเคลื่อนองค์ความรู้การกักเก็บก๊าซใต้พิภพ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ – University of Leeds จัดสัมมนาระดับนานาชาติ ขับเคลื่อนองค์ความรู้การกักเก็บก๊าซใต้พิภพ สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ไทย–สหราชอาณาจักร
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) ร่วมกับ University of Leeds สหราชอาณาจักร และหน่วยงานพันธมิตรจากทั้งสองประเทศ จัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ “UK–Thailand International Seminar on Subsurface Storage in Saline Formations” เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ British Council ภายใต้โครงการ International Science Partnerships Fund (ISPF) ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร
โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการกักเก็บไฮโดรเจนใต้พิภพ และการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชิงธรณีวิทยา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของทั้งสองประเทศ
พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการ บพค. กล่าวต้อนรับ และ Mr. David Thomas Deputy Head of Mission สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงาน
พร้อมด้วยการกล่าวแสดงวิสัยทัศน์และความร่วมมือจาก
คุณอุไรวรรณ สะโมลี Head of Education ของ British Council Thailand
ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. ในฐานะประธานกรรมการขับเคลื่อนภาคีเครือข่ายพันธมิตร ด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย หรือ Thailand CCUS Alliance (TCCA)
ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดสู่การใช้งานจริง
การสัมมนาครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยมีการบรรยายในหัวข้อสำคัญตลอดห่วงโซ่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ประกอบด้วย
“บทบาทของไฮโดรเจนและเทคโนโลยี CCS ต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน” โดย รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)
“เทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจน” โดย รศ.ดร.กลยุทธ ปัญญาวุธโธ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
“เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์” โดย รศ.ดร.ธีรวัฒน์ เสมา นักวิจัยในโครงการ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์พื้นผิวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บก๊าซใต้พิภพ” โดย Assoc. Prof. Dr. David Harbottle หัวหน้าโครงการฝ่ายสหราชอาณาจักร University of Leeds
️ “การจัดทำแผนที่แหล่งกักเก็บคาร์บอน” โดย Jonathan Pearce จาก British Geological Survey
️ “ธรณีวิทยาของแอ่งโคราช” โดย คุณเด่นโชค มั่นใจ จากกรมทรัพยากรธรณี
“ความไม่แน่นอนในการจำลองแหล่งกักเก็บ” โดย Prof. Dr. Paul Glover และ Assoc. Prof. Dr. Piroska Lorinczi นักวิจัยในโครงการ University of Leeds
“การจำลองแหล่งกักเก็บสำหรับการกักเก็บก๊าซใต้พิภพ” โดย รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล หัวหน้าโครงการฝ่ายไทย และคุณกุลสตรี ธีระพงค์ นักศึกษาบัณฑิตศึกษา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ซึ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้จากระดับพื้นฐานไปสู่การออกแบบและตัดสินใจในระดับโครงการจริง
งานสัมมนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร “Clean Hydrogen and CO₂ Storages for Energy Transition: From Surface Science Toward Field-Scale Implementation”
ซึ่งมุ่งศึกษากลไกทางวิทยาศาสตร์พื้นผิวที่ควบคุมประสิทธิภาพการกักเก็บไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินอุ้มน้ำ ตั้งแต่ระดับจุลภาคของปฏิกิริยาระหว่างหิน น้ำเกลือ และก๊าซ ไปจนถึงการทดลองในแท่งหินตัวอย่างและการจำลองการไหลของของไหลในระดับแหล่งกักเก็บจริง
เพื่อพัฒนาแนวทางการออกแบบและบริหารจัดการการกักเก็บที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
โครงการยังครอบคลุมกิจกรรมการพัฒนาเทคโนโลยี การประเมินศักยภาพพื้นที่เป้าหมาย และการออกแบบกลยุทธ์การอัดฉีดก๊าซ โดยการสัมมนาครั้งนี้นับเป็นก้าวแรก ของการสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือเชิงระบบ ระหว่างงานวิจัยเชิงลึกกับการประยุกต์ใช้ในระดับนโยบายและอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ โครงการยังมีแผนจัดตั้ง ศูนย์ความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักรด้านการกักเก็บไฮโดรเจนสะอาดและคาร์บอน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรม
พร้อมทั้งบ่มเพาะนักวิจัยและวิศวกรรุ่นใหม่ในสาขาพลังงานสะอาด โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนของไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมทรัพยากรธรณี สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด
ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางการวิจัยให้สอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศ และนำไปสู่ผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว

IPM SOFTWARE DONATION FROM PE LIMITED

บริษัท PE Limited ร่วมสนับสนุนด้านการเรียนการสอน ด้านงานวิจัย และด้านการพัฒนานักศึกษา โดยได้ทำการบริจาคของชุดโปรแกรม Integrated Production Modelling (IPM) จำนวน 10 License ให้แก่ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มูลค่ารวมกว่า 112.2 ล้านบาท👏🏻👏🏻
.
Read more
📨 For Thai Version >> https://eng.cmu.ac.th/?p=51385