นักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำเสนอผลงานวิจัย Underground Hydrogen Storage ในการประชุมวิชาการนานาชาติ The 3rd International Symposium on CCS–Unconventional Energy ที่สาธารณรัฐเกาหลี
รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล หัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “The 3rd International Symposium on CCS–Unconventional Energy” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 พฤษภาคม 2568 ณ จังหวัดปกครองตนเองพิเศษเชจู สาธารณรัฐเกาหลี โดยมี Inha University และหน่วยงานพันธมิตรร่วมเป็นเจ้าภาพ
การประชุมวิชาการครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญด้านพลังงานสะอาดและการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 ราย จากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ จีน เกาหลี เวียดนาม คาซัคสถาน บราซิล และสหรัฐอเมริกา รวมถึงผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมชั้นนำ เช่น SLB Halliburton Baker Hughes KNOC และ KOMIR
ในโอกาสนี้ รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ได้รับเชิญให้นำเสนอผลงานวิจัยในหัวข้อ “Seasonal Hydrogen Storage and Recovery in Tight Reservoir: Role of Hysteresis and Production Design” ภายใต้หัวข้อการประชุมด้านพลังงานทางเลือกรูปแบบอื่น (Unconventional Energy) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยที่มุ่งศึกษาการกักเก็บไฮโดรเจนในชั้นหินแน่น (tight reservoir) โดยวิเคราะห์ผลกระทบของ hysteresis ของความสามารถในการซึมผ่านสัมพัทธ์ (relative permeability) ซึ่งส่งผลต่ออัตราการสูญเสียของไฮโดรเจนในแต่ละรอบการใช้งานแบบฤดูกาล
ผลงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ภาวะแรงดันแคปปิลลารีทำให้เกิดการค้างอยู่ของก๊าซไฮโดรเจนบางส่วนในเนื้อหิน และการสูญเสียนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อดำเนินการเก็บซ้ำหลายรอบ ภายหลังการนำเสนอ ยังได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นจากนักวิจัยนานาชาติ โดยเฉพาะประเด็นด้านการสูญเสียไฮโดรเจนจากจุลินทรีย์ และความเหมาะสมของแหล่งกักเก็บที่ใช้ พร้อมกันนี้ยังได้หารือแนวทางความร่วมมือวิจัยเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ CCS และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ
นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยแล้ว คณะจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังประกอบด้วยนักวิจัยและนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโทและเอก) จากภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม จำนวน 5 ราย ที่เข้าร่วมการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับนักวิจัยนานาชาติในสาขาที่เกี่ยวข้อง
โครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ British Council ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ International Science Partnerships Fund (ISPF) ของ Department for Science, Innovation and Technology (DSIT) รัฐบาลสหราชอาณาจักร
