คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เดินทางไปประชุมเริ่มโครงการวิจัยระดับนานาชาติ ณ University of Leeds ในหัวข้อการกักเก็บไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินอุ้มน้ำ
คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล หัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการฝ่ายไทย พร้อมด้วย นายวรเศรษฐ์ ธนศักดิ์สุขทวี นักวิจัยระดับปริญญาเอกในฐานะนักวิจัยแลกเปลี่ยน ได้เดินทางไปพบคณะผู้วิจัยฝ่ายสหราชอาณาจักรของ University of Leeds ณ เมืองลีดส์ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 12–16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 เพื่อประชุมเริ่มต้นโครงการ (kick-off meeting) หารือรายละเอียดเชิงเทคนิค และแลกเปลี่ยนตัวนักวิจัย รวมถึงจัดวางแผนการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 2 ปีของโครงการวิจัยภายใต้หัวข้อ “ศึกษากลไกทางวิทยาศาสตร์พื้นผิวที่ควบคุมประสิทธิภาพการกักเก็บไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินอุ้มน้ำ ผ่านกระบวนการไหลแทนที่ของไหลและการจำลองพฤติกรรมระดับแหล่งกักเก็บเพื่อการประยุกต์ใช้ในระดับสนาม”
โครงการวิจัยดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักคือ การสร้างความเข้าใจเชิงกลไกเกี่ยวกับพฤติกรรมการไหลและการกักเก็บของไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินอุ้มน้ำ โดยเน้นการศึกษาปฏิกิริยาระหว่างก๊าซ ของเหลว และหินในระดับพื้นผิว (surface and interfacial science) พร้อมทั้งพัฒนาแบบจำลองแหล่งกักเก็บเชิงธรณีวิทยาเพื่อใช้วิเคราะห์ศักยภาพและยื่นยันประสิทธิภาพของแหล่งกักเก็บจริงในระดับสนาม โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บเชิงธรณีวิทยาของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจน สนับสนุนการออกแบบระบบกักเก็บเชิงธรณีวิทยาของก๊าซดังกล่าวให้สอดคล้องและนำไปใช้ได้จริงในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ
โดยคณะผู้วิจัยของ University of Leeds จะมีบทบาทหลักในการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์พื้นผิวในระดับจุลภาค ประกอบด้วย Dr. David Harbottle ในฐานะหัวหน้าโครงการฝ่ายสหราชอาณาจักร Dr. Ali Hassanpour Dr. Piroska Lorinczi และ Professor Paul Glover โดยวางแผนดำเนินการทดลองกับระบบสามเฟส ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือไฮโดรเจน น้ำเกลือ และตัวอย่างหินแหล่งกักเก็บ เพื่อวัดแรงตึงผิว เปียก (wettability) และพฤติกรรมการไหลแทนที่ของของไหลในแท่งหินตัวอย่าง ภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความดันเสมือนจริงที่เลียนแบบแหล่งกักเก็บใต้พิภพ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาแบบจำลองแหล่งกักเก็บเชิงธรณีวิทยาเพื่อประยุกต์ใช้ในการจำลองการไหลในแหล่งกักเก็บต่อไป
สำหรับฝ่ายไทย นอกจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานหลักของโครงการแล้ว ยังมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นหน่วยงานร่วมดำเนินโครงการด้วย ทั้งนี้ คณะผู้วิจัยจากฝ่ายไทยจะรับผิดชอบการทดลองในระดับแท่งหินตัวอย่าง (core-scale displacement experiments) การพัฒนาองค์ความรู้ในการออกแบบสารเคมีเติมแต่ง และการจำลองการไหลแบบพลศาสตร์ในระดับแหล่งกักเก็บ (reservoir-scale simulation) บนฐานแหล่งกักเก็บเป้าหมายในประเทศไทย
โครงการดังกล่าวยังมุ่งจัดตั้ง ศูนย์ความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักรด้านการกักเก็บไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ จัดกิจกรรมอบรม สัมมนา และสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด ซึ่งได้ร่วมเป็นหน่วยงานร่วมดำเนินโครงการฝ่ายอุตสาหกรรมด้วย
โครงการนี้คาดว่าจะส่งผลต่อการพัฒนาองค์ความรู้เฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์พื้นผิวเพื่อการกักเก็บก๊าซเชิงธรณีวิทยา การสร้างต้นแบบเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และสนับสนุนการจัดทำนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของประเทศบนพื้นฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือและยืนยันได้ในระดับสากล
โครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุนทั้งสองฝ่าย ได้แก่หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ British Council ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ International Science Partnerships Fund (ISPF) ของ Department for Science, Innovation and Technology (DSIT) รัฐบาลสหราชอาณาจักร


