หลักสูตรวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียมได้รับการรับรองมาตรฐาน TABEE

🌐4 หลักสูตร วิศวฯ มช. ยกระดับคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานสากล โดยสภาวิศวกร🌟👏🏻
🎯 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล
🎯 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา
🎯 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม
🎯 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
🗓️ ในระหว่างวันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2567
.

The 14th International Conference on Geo-resources Engineering and Earth Sciences (GRES2025)

The International Conference on Mining, Materials, and Petroleum Engineering in Thailand has been continuously organized since 1982. The conference is organized by three mining universities in Thailand: Prince of Songkla University, Chulalongkorn University, and Chiang Mai University, affiliated with other partners including academic universities in Asia and Europe as well as mining companies and government agencies in Thailand.

This 14th conference under the strong partnership and supports has integrated broad academic topics under the name “The 14th International Conference on Geo-resources Engineering and Earth Sciences (GRES 2025)”. The conference aims to provide opportunities for all scholars to present various topics for promoting the “Sustainability and innovative future of mining”. The GRES 2025 will take place at Kantary Hills Hotel, Chiang Mai, Thailand, Thailand, on December 3 – 4, 2025.

 

IPM SOFTWARE DONATION FROM PE LIMITED

บริษัท PE Limited ร่วมสนับสนุนด้านการเรียนการสอน ด้านงานวิจัย และด้านการพัฒนานักศึกษา โดยได้ทำการบริจาคของชุดโปรแกรม Integrated Production Modelling (IPM) จำนวน 10 License ให้แก่ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มูลค่ารวมกว่า 112.6 ล้านบาท👏🏻👏🏻
.
Read more
📨 For Thai Version >> https://eng.cmu.ac.th/?p=43880

ทัศนศึกษาด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมฯ ร่วมกับ Inha University สาธารณรัฐเกาหลี

กิจกรรมทัศนศึกษาด้านวิศวกรรมปิโตรเลียม พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568 (ครั้งที่ 2) ร่วมกับ Inha University สาธารณรัฐเกาหลี
.
ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม และศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ ร่วมกับ Inha University สาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกันจัดกิจกรรมทัศนศึกษาและดูงานด้านวิศวกรรมปิโตรเลียม พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568 (ครั้งที่ 2) The 2nd Korea-Thailand Joint Field Trip and Seminar on Petroleum and CCS (2025) ระหว่างวันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ กรมการพลังงานทหาร อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ บริษัท พัฒนาพลังงานไฟฟ้า จำกัด อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน โครงการเอส 1 ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร และศูนย์บริหารจัดการชีวมวลแบบครบวงจร สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งนี้กิจกรรมได้รับการสนับสนุนบางส่วนจาก SPE Thailand Section ด้วย
.
อนุวัตตามข้อตกลงร่วม (MoU) ระหว่างสองมหาวิทยาลัย โดยกิจกรรมครั้งนี้ มีนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัยเข้าร่วม รวมกว่า 60 คน มีคณาจารย์จากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม กว่า 9 คน นอกจากนี้ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ยังมีการจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิศวกรรมปิโตรเลียมและ CCS ร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยมีการนำเสนองานวิจัยของนักศึกษาทั้งสองฝ่ายร่วมด้วย ณ โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่.
                            

โครงการฯ กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไขการประมูลแหล่งแร่

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ผศ.ดร.คมสูรย์ สมประสงค์ หัวหน้าโครงการ “โครงการศึกษาทดลอง วิจัย และกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไขการประมูลแหล่งแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่” ร่วมกับกรมอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่ ได้จัดการประชุมระดมความคิดเห็น และ จำลองการประมูลแหล่งหิน ที่โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพมหานคร โดยได้รับความร่วมมือจากคณะผู้เชี่ยวชาญ ด้านเหมืองแร่และธรณีวิทยาของประเทศไทย และผู้แทนนสมาคมและะวิชาชีพ ในการเข้าร่วมให้ความเห็น เพื่อการพัฒนาการประมูลแหล่งแร่ของประเทศไทยต่อไป
   

ภาควิชาฯ หารือความร่วมมือกับผู้บริหาร Colorado School of Mines

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม หารือความร่วมมือกับผู้บริหาร Colorado School of Mines
.
ผศ.ดร.เชี่ยวชาญ ลีลาสุขเสรี หัวหน้าภาควิชา พร้อมด้วย รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล เดินทางเข้าเยี่ยมคาราวะผู้บริหาร Colorado School of Mines และหารือข้อวิชาการ ในวันที่ 30 และ 31 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ Colorado School of Mines เมืองโกลเดน รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ได้หารือถึงแผนการพัฒนาคณาจารย์รุ่นใหม่ของภาควิชา ในสาขาวิชาวิศวกรรมเหมืองแร่ วิศวกรรมปิโตรเลียม และสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยภาควิชามีแผนระยะกลางถึงระยะยาวในการส่งบุคลากรสายวิชาการมาศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก ที่ Colorado School of Mines ทั้งยังเป็นกลไกความร่วมมือด้านการวิจัย ผ่านการร่วมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของบุคลากรด้วย โดยโอกาสนี้ได้หารือกับ Department Heads ของสามภาควิชา ดังนี้
1. Prof. Bill Zisch, J. Steven Whisler Department Head, Department of Mining Engineering
2. Prof. Jennifer L. Miskimins, F.H. “Mick” Merelli/Cimarex Energy Distinguished Department Head, Department of Petroleum Engineering ร่วมกับคณาจารย์ของภาควิชา
3. Prof. D. Vaughan Griffiths, Department Head, Department of Civil and Environment Engineering ซึ่งได้เยี่ยมและบรรยายพิเศษ ณ ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา
.
ทั้งนี้ Colorado School of Mines เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม เป็นสถาบันที่ถูกจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ในสาขาวิชา Engineering – Mineral and Mining ต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี และเป็นอันดับไม่เกิน 20 ในสาขาวิชาวิศวกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ วิศวกรรมปิโตรเลียม วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ฯลฯ รวมถึงด้านธรณีวิทยาด้วย โดยปัจจุบันได้ฉลองครบรอบ 150 ปี ซึ่งภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน จากการมีคณาจารย์ทั้งรุ่นอาวุโส รุ่นปัจจุบัน และรุ่นใหม่ เป็นศิษย์เก่าที่จบจากสถาบันดังกล่าว.

Chiang Mai CCS เยี่ยมชมโครงการกักเก็บคาร์บอนของ BKV สหรัฐอเมริกา

Chiang Mai CCS เยี่ยมชมโครงการกักเก็บคาร์บอนของ BKV สหรัฐอเมริกา 🇺🇸
.
ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม และคณาจารย์นักวิจัย Chiang Mai CCS ประกอบด้วย ผศ.ดร.เชียวชาญ ลีลาสุขเสรี หัวหน้าภาควิชา และ รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล หัวหน้ากลุ่มวิจัย เดินทางเข้าเยี่ยมชมโครงการกักเก็บคาร์บอนของเครือบริษัท BKV Corporation ณ เมืองแดลลัส รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2567
.
โดยโครงการกักเก็บคาร์บอนดังกล่าวรับคาร์บอนไดออกไซด์จากบริษัท EnLink ซึ่งผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่ง Barnett Shale และแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากก๊าซธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีเอมีน จากนั้นบริษัท BKV ดำเนินการแยกน้ำและไฮโดรเจนซัลไฟด์ออกต่ออีกขั้นตอน และได้คาร์บอนไดออกไซด์บริสุทธิ์กว่า 99% ก่อนอัดเข้าท่อขนส่งและท่อกรุตามลำดับ ลงไปในชั้นหินปูนอุ้มน้ำลึกกว่าสองกิโลเมตร ซึ่งเป็นการกักเก็บคาร์บอนแบบถาวรในชั้นหินที่กำหนดไว้เฉพาะสำหรับเก็บของเสียจากการผลิตปิโตรเลียม (disposal well) หรือการผลิตน้ำมันเพิ่มพูน (enhanced oil recovery) เรียกตามกฎหมายอนุญาตว่าเป็นหลุมประเภท Class II ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการมีอัตราการกักเก็บราวสองแสนตันต่อปี
.
การเยี่ยมชมโครงการครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการแลกเปลี่ยนด้านวิชาการและวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้มีบันทึกข้อตกลงร่วมกันในต้นปี 2567 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ BKV Corporation เป็นเครือบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงทุนหลัก ซึ่งประกอบกิจการผลิตก๊าซธรรมชาติและกักเก็บคาร์บอนในประเทศสหรัฐอเมริกา.
   

Best Paper Award in the Young Category at the 13th Asian Rock Mechanics Symposium

The Mining and Petroleum Engineering Department congratulates Mr. Phopthorn Maneepong, a graduate student, on winning the Best Paper Award in the Young Category at the 13th Asian Rock Mechanics Symposium. This event, organized by the International Society for Rock Mechanics and Rock Engineering (ISRM) and ISRM India, was held in New Delhi, India, on September 22-27, 2024.

การเพิ่มขึ้นของการผลิตน้ำมันผ่านแรงระดับพื้นผิว (interfacial forces)

“นักวิจัยคณะวิศวฯ มช. ยืนยันการเพิ่มขึ้นของการผลิตน้ำมันผ่านแรงระดับพื้นผิว (interfacial forces) ที่เกิดขึ้นในระบบสารแขวนลอยอนุภาคนาโนที่เรียกว่า structural disjoining pressure จากการผลิตน้ำมันโดยใช้สารแขวนลอยอนุภาคนาโน (nanofluids)”
.
นายทาเครุ อาคามิเนะ นักศึกษาปริญญาโท และรองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. ได้ศึกษาการประชุมใช้สารแขวนลอยอนุภาคนาโน (nanofluids) ในกระบวนการเพิ่มผลผลิตน้ำมัน โดยใช้วิธีการศึกษาในระดับช่องว่างของหิน (pore scale) ผ่านแหล่งจำลองขนาดเล็ก (micromodel) เพื่อมุ่งเข้าใจกลไกการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมันที่สามารถผลิตออกมาได้ ซึ่งพบว่าการเพิ่มขึ้นของน้ำมันที่ผลิตได้เป็นผลมาจากแรงระดับพื้นผิว (interfacial forces) ที่เกิดขึ้นในระบบสารแขวนลอยอนุภาคนาโนที่เรียกว่า structural disjoining pressure ซึ่งจะสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN) ข้อที่ 9 ว่าด้วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรมและข้อที่ 7 เพิ่มการเข้าถึงพลังงาน
.
อ้างอิง Akamine, T., Tosuai, T., Ramadhan, R., Promsuk, N., Srisuriyachai, F., Tangparitkul, S. Visualizing oil displacement by nanofluids at pore scale: A concentration-dependent nanofluid spreading induced by structural disjoining pressure. Capillarity, 2024, 12(1): 17-26.
.
อ่านงานวิจัย https://doi.org/10.46690/capi.2024.07.03