อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. บรรยายพิเศษในงานประชุมวิชาการนานาชาติที่สาธารณรัฐเกาหลี

อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. บรรยายพิเศษในงานประชุมวิชาการนานาชาติที่สาธารณรัฐเกาหลี
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเชิญเป็น Invited Speaker ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ 2025 Fall Joint Conference of KSMER • KRM • KSEG • KSPE ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญระดับภูมิภาคด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ วิศวกรรมปิโตรเลียม และวิศวกรรมธรณี
ในการประชุมครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ได้บรรยายในหัวข้อ “Enhancing CO2 Injection and Storage Efficiency in Saline Aquifers” นำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชิงธรณีวิทยา (CO2 Geological Storage) โดยเฉพาะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการอัดฉีดและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินอุ้มน้ำ ผ่านการจัดการพฤติกรรมของของไหลและแรงตึงผิวในระดับจุลภาค รวมถึงเทคนิคที่ช่วยปรับปรุงการกักเก็บระยะยาวให้มีความปลอดภัยและมีเสถียรภาพมากขึ้น
การบรรยายได้รับความสนใจอย่างมากจากคณาจารย์ นักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศที่เข้าร่วมงาน ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของเทคโนโลยี CCS ต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมหนักในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
การเข้าร่วมในครั้งนี้สะท้อนบทบาทเชิงรุกของภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์สู่ระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือนานาชาติด้าน CCS ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งช่วยเสริมสร้างเครือข่ายนักวิจัย พัฒนาความรู้ร่วมกัน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนในภูมิภาค

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมจัด “UK–Thailand Technical Exchange Workshop: Towards a National Roadmap on Carbon Capture, Utilisation and Storage (CCUS)”

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมจัด “UK–Thailand Technical Exchange Workshop: Towards a National Roadmap on Carbon Capture, Utilisation and Storage (CCUS)”
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) ร่วมจัดกิจกรรม “UK–Thailand Technical Exchange Workshop: Towards a National Roadmap on Carbon Capture, Utilisation and Storage (CCUS)” ระหว่างวันที่ 19 ถึง 20 พฤศจิกายน 2568 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย โครงการภาคีเครือข่ายพันธมิตรด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย (Thailand CCUS Alliance: TCCA) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีนายมาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และนายวุฒิกร สติฐิต ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยี CCUS ระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาหลักที่ทำงานวิจัยด้าน CCUS ของประเทศ เข้าร่วมในบทบาทสำคัญ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม และหัวหน้าศูนย์วิจัย Chiang Mai CCS เข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการขับเคลื่อน TCCA พร้อมปฏิบัติหน้าที่ร่วมเป็นผู้นำการหารือ (co-facilitator) ในกลุ่มผู้แทนภาครัฐด้านกรอบกฎหมายและการกำกับดูแลกิจการ CCS ของประเทศ ซึ่งต่อเนื่องมาจากการศึกษาที่ผ่านมาของคณะทำงานทบทวนกฎหมายปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม CCUS ที่ได้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะทำงาน
นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าร่วมเพิ่มด้วย อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.สิริชัย คุณภาพดีเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ และรองศาสตราจารย์ ดร.เริงชัย ตันสุชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางเศรษฐมิติ เพื่อสนับสนุนประเด็นด้านวิศวกรรมและเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา CCUS ของประเทศ
ภายในกิจกรรมมีผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากสหราชอาณาจักรเข้าร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สำคัญ ได้แก่ ศาสตราจารย์ จอน กิบบินส์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนแห่งสหราชอาณาจักร (UK Carbon Capture and Storage Research Centre) และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโรงไฟฟ้าและการกักเก็บคาร์บอน มหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ ลอร่า ฮาร์ดิแมน ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการขนส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากบริษัท Crondall Energy และเคท พิลลิ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน จากกระทรวงความมั่นคงทางพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักรได้ถ่ายทอดประสบการณ์การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้าน CCUS ครอบคลุมทั้งกรอบกฎหมาย การระดมทุน รูปแบบธุรกิจ ตลอดจนข้อพิจารณาด้านเทคนิคและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนายุทธศาสตร์ CCUS ระดับประเทศให้สอดคล้องกับนโยบาย “Quick Big Win” ของกระทรวงพลังงานที่มุ่งเร่งพัฒนาโครงการ CCS เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050
Thailand CCUS Alliance (TCCA) เป็นเครือข่ายพันธมิตรระดับชาติ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ผ่านศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ร่วมกับภาครัฐ เอกชน และสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะหนึ่งในสถาบันผู้ร่วมก่อตั้ง โดยได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม (บพค.) เพื่อผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม
การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 70 คนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา CCUS ในประเทศไทย กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ UK–Thailand CCS Knowledge Exchange Week ซึ่งต่อยอดจากการเดินทางศึกษาดูงานด้าน CCUS ของ TCCA ณ สหราชอาณาจักรในเดือนพฤษภาคม 2568 และการจัดประชุม UK–Thailand CCUS Roundtable ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยสหราชอาณาจักรยังคงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือด้าน CCUS กับประเทศไทย เพื่อร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและสร้างอนาคตที่ยั่งยืน
การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการประชุมครั้งนี้สะท้อนบทบาทผู้นำของสถาบันด้านวิศวกรรมการกักเก็บคาร์บอน เทคโนโลยีดักจับและการใช้ประโยชน์คาร์บอน ตลอดจนบทบาทในการพัฒนากรอบกฎหมายและนโยบายสนับสนุนการดำเนินงาน CCUS ในระดับประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน CCUS ของประเทศไทยให้ก้าวสู่การใช้งานจริงในอนาคต.
Chiang Mai University Co-organizes the “UK–Thailand Technical Exchange Workshop: Towards a National Roadmap on Carbon Capture, Utilisation and Storage (CCUS)”
Chiang Mai University, through the Chiang Mai Research Center for Carbon Capture and Storage (Chiang Mai CCS), co- organized the “UK–Thailand Technical Exchange Workshop: Towards a National Roadmap on Carbon Capture, Utilisation and Storage (CCUS)” held on 19–20 November 2025 in Bangkok. The event was organised in collaboration with the British Embassy Bangkok, the Thailand CCUS Alliance (TCCA), and the National Science and Technology Development Agency (NSTDA). The opening ceremony was presided over by H.E. Mark Gooding, the British Ambassador to Thailand, and Mr. Wuttikorn Stithit, Vice Minister for Energy. The workshop aimed to strengthen UK–Thailand cooperation on CCUS technologies and to support the development of Thailand’s national CCUS roadmap toward the Net Zero 2050 target.
As one of Thailand’s leading academic institutions advancing CCUS research, Chiang Mai University played an active role in the workshop. Associate Professor Dr. Suparit Tangparitkul, lecturer at the Department of Mining and Petroleum Engineering and Director of Chiang Mai CCS, participated in his capacity as Secretary of the TCCA Steering Committee. He also served as a co-facilitator in the breakout session focusing on regulatory and governance frameworks for CCS deployment in Thailand, building upon findings from the national legal review previously chaired by himself.
Additional representatives from Chiang Mai University contributed to the workshop, including Associate Professor Dr. Sirichai Koonaphapdeelert, Energy Research and Development Institute – Nakornping (ERDI), and Associate Professor Dr. Roengchai Tansuchat, Director of the Center of Excellence in Econometrics, who provided expertise on engineering, energy systems, and economic dimensions relevant to CCUS development.
The workshop featured leading UK experts who shared key insights and practical experience, including Professor Jon Gibbins, Director of the UK Carbon Capture and Storage Research Centre (UKCCSRC) and Professor of Power Plant Engineering and Carbon Capture at the University of Sheffield; Ms. Laura Hardiman, Senior Consultant at Crondall Energy; and Ms. Kate Pilling, Policy Specialist in Carbon Capture, Utilisation and Storage at the Department for Energy Security and Net Zero (DESNZ). The UK delegation presented lessons learned from the development of the United Kingdom’s CCUS strategy, covering regulatory frameworks, investment mechanisms, business models, and advanced technical considerations—providing valuable guidance for shaping Thailand’s national CCUS strategy in alignment with the Ministry of Energy’s “Quick Big Win” initiative to accelerate CCS deployment toward the 2050 Net Zero goal.
The Thailand CCUS Alliance (TCCA) is a national partnership network established on 14 March 2025 by NSTDA through the National Nanotechnology Center (NANOTEC), in collaboration with government agencies, industry, and academic institutions—including Chiang Mai University as one of the founding members. The alliance is supported by the Program Management Unit for Human Resources &Institutional Development, Research and Innovation (PMU-B) to drive systematic and impactful CCUS development in Thailand.
This workshop welcomed more than 70 participants from government, industry, and academia, all playing key roles in advancing CCUS deployment in Thailand. The event formed part of the UK–Thailand CCS Knowledge Exchange Week, following the TCCA study visit to the United Kingdom in May 2025 and the UK–Thailand CCUS Roundtable held in June. The continued commitment of the United Kingdom in supporting Thailand’s CCUS advancement underscores the shared ambition to accelerate the transition toward a low-carbon, sustainable future.
Chiang Mai University’s active involvement in this international workshop highlights its leadership in carbon storage engineering, carbon capture and utilisation technologies, and CCUS-related regulatory and policy development. These efforts contribute to building a robust scientific and technological foundation for Thailand’s CCUS infrastructure, supporting its progression toward real-world implementation in the years ahead.

อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. ร่วมบรรยายพิเศษในงาน NanoThailand 2025

🎓 อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. ร่วมบรรยายพิเศษในงาน NanoThailand 2025
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำ ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเชิญร่วมบรรยายพิเศษในงานประชุมวิชาการ NanoThailand 2025 ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพมหานคร ในช่วงเสวนา “Special Session: Capture the Future with CCUS Technology” จัดโดยเครือข่าย Thailand CCUS Alliance (TCCA)
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล ได้บรรยายในหัวข้อ “CO₂ Storage Efficiency Improvement: Capillary Management Using Chemical Additives” ซึ่งการบรรยายมุ่งนำเสนอแนวทางการใช้สารเติมแต่งและเทคโนโลยีนาโนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บ CO₂ ในชั้นหินอุ้มน้ำ ผ่านการควบคุมแรงตึงผิวและพฤติกรรมการไหลของระบบก๊าซ–ของเหลว–หิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเทคโนโลยี CCUS ในระดับอุตสาหกรรม
เวทีดังกล่าวยังมีนักวิจัยชั้นนำร่วมบรรยายจากหลากหลายสถาบัน อาทิ
• ศ.ดร.สมนึก ตั้งเติมสิริกุล – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• รศ.ดร.ธีรวัฒน์ เสมา – จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ดร.บุญรัตน์ รุ่งทวีวรนิตย์ – ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ
การเข้าร่วมในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม มช. ในการสนับสนุนงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) ของประเทศ พร้อมผลักดันนวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน 🌍✨

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม รับทุนวิจัยภายใต้โครงการ “CCS Development Project in Thailand”

โครงการ “CCS Development Project in Thailand” เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน และ บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ.อีดี) บริษัทในเครือของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 พิธีดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคาร C กรุงเทพมหานคร
ในพิธีดังกล่าวมี รองศาสตราจารย์ ดร.วินิตา บุณโยดม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้แทนรับมอบทุนจาก นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งทำหน้าที่ประธานในพิธีมอบทุนครั้งนี้
โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจำนวน 2 โครงการ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นโครงการ “เทคโนโลยีการติดตามที่เหมาะสมสำหรับการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศไทยและจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นและการรับรู้ของสาธารณะ” มี รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล เป็นหัวหน้าโครงการ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการติดตาม (Monitoring Technologies) ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย พร้อมจัดทำแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นของสาธารณะต่อเทคโนโลยี CCS ไปพร้อมกับการวิจัยศึกษา
พิธีมอบทุนในครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม โดยมีการมอบทุนสนับสนุนรวม 9 โครงการ จาก 7 สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยชั้นนำของประเทศ รวมมูลค่ากว่า 41 ล้านบาท เพื่อดำเนินการศึกษาวิจัยระยะเวลา 2–3 ปี ครอบคลุมประเด็นด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และนโยบาย เพื่อผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี CCS ของประเทศไทยอย่างครบวงจร
โครงการและทุนสนับสนุนในครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี CCS ในประเทศไทย โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีศูนย์วิจัย Chiang Mai CCS ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศให้ก้าวสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงในอนาคต.

รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล พร้อมด้วยทีมงานวิจัย CCS ของภาควิชาฯ ร่วมจัดค่ายเยาวชนนักสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ CCUS ภายใต้เครือข่าย TCCA

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดค่ายเยาวชนนักสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ CCUS ภายใต้เครือข่าย TCCA เสริมศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่สู่การขับเคลื่อน Carbon Neutrality
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะหน่วยงานพันธมิตรของภาคีเครือข่ายพันธมิตรด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย (Thailand CCUS Alliance: TCCA) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัด “ค่ายเยาวชนนักสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ CCUS” ระหว่างวันที่ 4 – 7 กันยายน 2568 ณ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำปาง เพื่อต่อยอดความร่วมมือจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ของเครือข่าย TCCA เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สู่การสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยี CCUS และมีทักษะการสื่อสารที่สามารถขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
การจัดค่ายเยาวชนครั้งนี้เป็นครั้งแรก มีผู้สมัครจากทั่วประเทศมากกว่า 30 ทีม และคัดเลือกเหลือ 10 ทีมสุดท้าย จากโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายทุกภูมิภาคเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งสิ้น 40 คน (นักเรียน 30 คน และครูที่ปรึกษา 10 คน) โดยกิจกรรมตลอด 4 วัน 3 คืน ประกอบด้วยการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งด้านวิชาการและการผลิตสื่อสร้างสรรค์
รศ.ดร.ธงชัย ฟองสมุทร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมว่า “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีพันธกิจสำคัญในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิกเครือข่าย TCCA เรามุ่งมั่นที่จะสร้างบุคลากรทักษะสูงให้กับประเทศ และพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความรู้ด้านเทคโนโลยี CCUS โดยจัดให้มีกระบวนวิชาและหลักสูตรที่รองรับความต้องการของทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐ รวมถึงการ Re-skill และ Up-skill ตลอดจนการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดค่ายครั้งนี้จึงเป็นการนำพันธกิจดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติจริง”
ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในฐานะประธานกรรมการขับเคลื่อน TCCA ในฐานะประธานเปิดงาน กล่าวว่า “โครงการนี้ไม่เพียงมอบความรู้ด้าน CCUS และวิกฤตโลกร้อนแก่เยาวชน แต่ยังสร้างเวทีให้เยาวชนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตสื่อเพื่อขยายผลการรับรู้สู่สังคม เป็นการบ่มเพาะนักสื่อสารรุ่นใหม่ที่พร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และเป็นรากฐานสำคัญของการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาควิชาการวิจัย เพื่อยกระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยีไปสู่การใช้งานจริง”
รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล หัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ ในฐานะประธานจัดงาน กล่าวเสริมว่า “อีก 15 ปีข้างหน้า ในปี 2040 ประเทศไทยต้องเริ่มดำเนินโครงการ CCUS เชิงอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการพัฒนาและขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี้ การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการสื่อสารตั้งแต่วันนี้ คือการวางรากฐานสำคัญทั้งต่อวิชาการและการยอมรับของสังคม”
เนื้อหาการอบรมครอบคลุมหัวข้อสำคัญ อาทิ “ความสำคัญของเทคโนโลยี CCUS ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน” โดย รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล “เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน” โดย ผศ.ดร.รามณรงค์ วณีสอน “เทคโนโลยีการใช้ประโยชน์คาร์บอน” โดย ดร.ศิรภัสสร เกียรติพึ่งพร และ “เทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอน” โดย นายวรเศรษฐ์ ธนศักดิ์สุขทวี พร้อมการศึกษาดูงานเครื่องต้นแบบดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยเทคโนโลยีเอมีน ณ ศูนย์ฝึกอบรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จังหวัดลำปาง และเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องของหัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เยาวชนผู้เข้าร่วมยังได้ฝึกปฏิบัติการผลิตสื่อวิดีโอเชิงสร้างสรรค์ ตั้งแต่การวางแผน เขียนบท ทำ Storyboard ถ่ายทำ ตัดต่อ และนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการในรอบตัดสิน โดยรางวัลชนะเลิศเป็นของทีมจากโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี จังหวัดอุตรดิตถ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ได้แก่ทีมจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย จังหวัดเชียงราย และรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่ทีมจากโรงเรียนดงกลางพัฒนศึกษาจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนอีก 6 ทีมได้รับรางวัลชมเชย
การจัดค่ายในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง CCUS แก่เยาวชนและครูผู้สอน การขยายผลการรับรู้ผ่านผลงานคลิปวิดีโอ และการพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และความเป็นผู้นำในประเด็นสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยเสริมสร้างเครือข่ายเยาวชนที่พร้อมจะเป็น “นักสื่อสารด้านคาร์บอน” รุ่นใหม่ สนับสนุนบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะศูนย์กลางการสร้างบุคลากรทักษะสูงและการวิจัยขั้นแนวหน้าสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายของ TCCA และประเทศไทยในระยะยาว.

ผศ.ดร. คมสูรย์ สมประสงค์: วิทยากรบรรยายโครงการประมูลแหล่งหินอุตสาหกรรมฯ

📢 การประชุมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลแหล่งหินอุตสาหกรรม ตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560
จัดโดย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (โครงการต่อเนื่องปีที่ 2)
🗓 วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568
📍 ณ ห้องประชุมพิณทอง โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่พร้อมถ่ายทอดในรูปแบบ On-site & Online
👨‍💼วิทยากรบรรยาย : ผศ.ดร. คมสูรย์ สมประสงค์
✨ การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้แทนภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เพื่อ ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และประสบการณ์เชิงลึก ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ
✅ การกำหนดแนวทางการประมูลแหล่งหินให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม
✅ การประเมินมูลค่าและคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลอย่างเหมาะสม
✅ การสร้างกลไกการจัดการแหล่งแร่ที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม
ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยเสริมสร้าง ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และเป็นพื้นฐานในการจัดทำนโยบายด้านการแร่ของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวกุลสตรี ธีรพงศ์ บัณฑิตศึกษาและ รศ.ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล เข้าร่วมและนำเสนอผลงานวิจัย “The 4th Carbon Capture & Storage Conference Asia Pacific”

✨นักวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมนำเสนอผลงานวิจัยด้านการกักเก็บคาร์บอนรูปแบบแร่ของแข็ง บนเวทีประชุมวิชาการนานาชาติ The 4th Carbon Capture & Storage Conference Asia Pacific ✨
โดยนางสาวกุลสตรี ธีรพงศ์ นักศึกษาระดับปริญญาโท และรองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ จากภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเกียรติร่วมเข้าร่วมและนำเสนอผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “The 4th Carbon Capture & Storage Conference Asia Pacific” ซึ่งจัดขึ้นโดย European Association of Geoscientists and Engineers (EAGE) ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
การประชุมครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวคิด และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกี่ยวกับการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization, and Storage: CCUS) โดยมีนักวิชาการและตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมหลากหลายประเทศเข้าร่วม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านนโยบายและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างยั่งยืน
ในการประชุมดังกล่าว นางสาวกุลสตรี ธีรพงศ์ ได้รับโอกาสนำเสนอผลงานวิจัยในฐานะผู้บรรยายทางวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “Carbon Dioxide Sequestration through Carbon Mineralization Using pH-Swing Treatment: A Case Study of Mae Tha Basalt” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาแนวทางการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะยาวอย่างปลอดภัย ผ่านกระบวนการกลายเป็นแร่คาร์บอเนตถาวรในหินบะซอลต์แม่ทะ โดยใช้เทคนิคการปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของปฏิกิริยาการจับคาร์บอนออกไซด์
นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยแล้ว คณะผู้วิจัยยังได้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ การอภิปรายเชิงวิชาการแบบคณะ และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิจัยและผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้และเปิดมุมมองใหม่ในด้านเทคโนโลยีและนโยบาย ตลอดจนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และได้รับทุนสนับสนุนการเข้าร่วมประชุมจากงานบริหารงานวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
⚒️⚙️🚜🔬
    

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร กฟผ. เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการวิจัยด้าน CCUS

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร กฟผ. เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการวิจัยด้าน CCUS
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและทีมจากฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในโอกาสเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการวิศวกรรมปิโตรเลียมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) ซึ่งตั้งอยู่ภายในภาควิชา
โดยการเยี่ยมชมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กิจกรรมความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรมระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ กฟผ. โดยได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.วินิตา บุณโยดม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำคณะเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการวิศวกรรมปิโตรเลียมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งดำเนินการโดยทีมนักวิจัยจากศูนย์วิจัย Chiang Mai CCS
ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล หัวหน้าศูนย์วิจัยฯ และคณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ได้ร่วมกันนำเสนอผลงานวิจัย เทคโนโลยี และเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาด้านการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) ไม่ว่าจะเป็นการประเมินศักยภาพแหล่งกักเก็บใต้พิภพ การเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้คาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มพูนการผลิตน้ำมัน (CO2 EOR) และการทดสอบความปลอดภัยของระบบกักเก็บ อันเป็นองค์ความรู้สำคัญที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในระดับอุตสาหกรรมและการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยี CCUS
นอกจากนี้ ยังได้แนะนำโครงการวิจัยใหม่ที่พึ่งได้รับการอนุมัติจาก กฟผ. ในหัวข้อเกี่ยวกับการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในหินบะซอลต์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่มีความเป็นไปได้ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศสู่เป้าหมายคาร์บอนต่ำ.
               

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนะพล เจริญธนาวรกุล

ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม ขอแสดงความยินดีกับ👏🎉
🌟‘อาจารย์ ดร.ชนะพล เจริญธนาวรกุล’🌟
สังกัดภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม
เนื่องในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” (สาขาวิชา 1106 วิศวกรรมทรัพยากรธรณีและเหมืองแร่ อนุสาขาวิชา 110601 วิศวกรรมทรัพยากรธรณี)👏🏻👏🏻

ขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ดร.คมสูรย์ สมประสงค์ เนื่องในโอกาสได้รับทุนโครงการวิจัย

🎉คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีกับ🎉
⭐️ ผศ.ดร.คมสูรย์ สมประสงค์⭐️
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม
🎖️เนื่องในโอกาสได้รับทุนโครงการวิจัย 🎖️
“โครงการศึกษา ทดลอง วิจัย และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไข การประมูลแหล่งแร่ ตามกฎหมายว่าด้วยแร่” จาก กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่